การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เนื่องจาก พระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (หมวด 1 มาตรา 6) ได้กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบการและลูกจ้างให้มีสภาพการทำงาน
และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิต จิตใจ และสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีจำนวน 5 ฉบับหลัก ได้แก่:
กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต้องดำเนินการ
เรื่อง มาตรฐานความเข้มแสงสว่าง
เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน
เรื่อง กำหนดแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ
หมวด 1 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 (ข้อ 2) กำหนดให้นายจ้างควบคุมและรักษาระดับความร้อน
ภายในสถานประกอบกิจการไม่ให้เกินมาตรฐาน ตามประเภทของลักษณะงาน ดังนี้:
งานเบา: ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 34 °C
งานปานกลาง: ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 32 °C
งานหนัก: ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 30 °C
หากระดับความร้อนเกินมาตรฐาน: นายจ้างต้องปรับปรุงแก้ไขสภาวะการทำงานทางด้านวิศวกรรม
หากไม่สามารถแก้ไขได้: ต้องกำหนดมาตรการควบคุม/ลดภาระงาน และให้ลูกจ้างสวมใส่ อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ตลอดเวลาที่ทำงาน
ข้อสังเกต: จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ค่าความเข้มแสงสว่างมักพบปัญหาไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งจุดที่ไม่ผ่านต้องดำเนินการแก้ไข เช่น เปลี่ยนหลอดไฟ, เพิ่มโคมไฟ หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่การทำงาน






เป็นการสำรวจพื้นที่ปฏิบัติงานเบื้องต้น เพื่อชี้บ่งปัจจัยเสี่ยง (แสง, เสียง, ความร้อน, สารเคมี) และกำหนดพารามิเตอร์ จำนวนตัวอย่างพื้นที่ (Area Sample) และตัวอย่างบุคคล (Personal Sample) โดยประเมินครอบคลุม 4 ด้าน:
1. สภาพแวดล้อมทางเคมี
2 .สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
3. สภาพแวดล้อมทางชีวภาพ
4. สภาพแวดล้อมทางการยศาสตร์ (Ergonomics)
ใช้เครื่องวัดระดับความร้อน WBGT ตามมาตรฐาน ISO 7243 หรือเทียบเท่า (เช่น DIN EN 27243)
ตรวจวัดค่าเฉลี่ย WBGT ในช่วง 2 ชั่วโมงที่ร้อนที่สุด
ประเมินภาระงานตามแนวทาง OSHA Technical Manual หรือ ISO 8996 เพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์กฎหมาย
แสงสว่าง (Light)
ตรวจวัดค่าเฉลี่ยความเข้มแสงสว่างพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่ผลิต ทุก ๆ 2 × 2 ตารางเมตร
ตรวจวัดความเข้มแสงบริเวณที่ต้องใช้สายตามองเฉพาะจุดหรืออยู่กับที่
ใช้เครื่องวัดแสง (Light Meter) ตามมาตรฐาน CIE 1931, ISO/CIE 10527 หรือเทียบเท่า (JIS)
เสียง (Noise)
เครื่องมือ: ต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรือสูงกว่า (ANSI S1.4, IEC 61672)
เสียงแบบพื้นที่ (Leq 5 นาที): สำหรับเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่ (ระดับเสียงเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 3 dB(A))
เสียงเฉลี่ยตลอดเวลาทำงาน (TWA): สำหรับเสียงไม่คงที่ (เปลี่ยนแปลงเกิน 10 dB(A)) และเสียงดังเป็นช่วง ๆ
ปริมาณเสียงสะสมที่ตัวบุคคล (Noise Dose): ใช้เครื่อง Noise Dosimeter ตามมาตรฐาน IEC 61252 หรือ ANSI S1.25
เสียงกระทบ/กระแทก (Impulse Noise): ประเมินการสัมผัสเสียงช่วงสั้นๆ ด้วยเครื่องมือมาตรฐาน IEC 61672 หรือ ANSI S1.43
เสียงแบบแยกความถี่ (Octave Band Analyzer): ประเมินลักษณะความถี่ของเสียงเพื่อวางแผนการควบคุม
แผนผังแสดงระดับเสียง (Noise Contour Map): ใช้ Software แสดงการกระจายตัวของเสียงในพื้นที่ เพื่อทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน
การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เนื่องจาก พระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (หมวด 1 มาตรา 6) ได้กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบการและลูกจ้างให้มีสภาพการทำงาน
และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิต จิตใจ และสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีจำนวน 5 ฉบับหลัก ได้แก่:
กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง รวมทั้งระยะเวลาและประเภทกิจการที่ต้องดำเนินการ
เรื่อง มาตรฐานความเข้มแสงสว่าง
เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน
เรื่อง กำหนดแบบรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบกิจการ
หมวด 1 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559 (ข้อ 2) กำหนดให้นายจ้างควบคุมและรักษาระดับความร้อน
ภายในสถานประกอบกิจการไม่ให้เกินมาตรฐาน ตามประเภทของลักษณะงาน ดังนี้:
งานเบา: ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 34 °C
งานปานกลาง: ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 32 °C
งานหนัก: ระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 30 °C
หากระดับความร้อนเกินมาตรฐาน: นายจ้างต้องปรับปรุงแก้ไขสภาวะการทำงานทางด้านวิศวกรรม
หากไม่สามารถแก้ไขได้: ต้องกำหนดมาตรการควบคุม/ลดภาระงาน และให้ลูกจ้างสวมใส่ อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ตลอดเวลาที่ทำงาน
ข้อสังเกต: จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ค่าความเข้มแสงสว่างมักพบปัญหาไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งจุดที่ไม่ผ่านต้องดำเนินการแก้ไข เช่น เปลี่ยนหลอดไฟ, เพิ่มโคมไฟ หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่การทำงาน






เป็นการสำรวจพื้นที่ปฏิบัติงานเบื้องต้น เพื่อชี้บ่งปัจจัยเสี่ยง (แสง, เสียง, ความร้อน, สารเคมี) และกำหนดพารามิเตอร์ จำนวนตัวอย่างพื้นที่ (Area Sample) และตัวอย่างบุคคล (Personal Sample) โดยประเมินครอบคลุม 4 ด้าน:
1. สภาพแวดล้อมทางเคมี
2 .สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
3. สภาพแวดล้อมทางชีวภาพ
4. สภาพแวดล้อมทางการยศาสตร์ (Ergonomics)
ใช้เครื่องวัดระดับความร้อน WBGT ตามมาตรฐาน ISO 7243 หรือเทียบเท่า (เช่น DIN EN 27243)
ตรวจวัดค่าเฉลี่ย WBGT ในช่วง 2 ชั่วโมงที่ร้อนที่สุด
ประเมินภาระงานตามแนวทาง OSHA Technical Manual หรือ ISO 8996 เพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์กฎหมาย
แสงสว่าง (Light)
ตรวจวัดค่าเฉลี่ยความเข้มแสงสว่างพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่ผลิต ทุก ๆ 2 × 2 ตารางเมตร
ตรวจวัดความเข้มแสงบริเวณที่ต้องใช้สายตามองเฉพาะจุดหรืออยู่กับที่
ใช้เครื่องวัดแสง (Light Meter) ตามมาตรฐาน CIE 1931, ISO/CIE 10527 หรือเทียบเท่า (JIS)
เสียง (Noise)
เครื่องมือ: ต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรือสูงกว่า (ANSI S1.4, IEC 61672)
เสียงแบบพื้นที่ (Leq 5 นาที): สำหรับเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่ (ระดับเสียงเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 3 dB(A))
เสียงเฉลี่ยตลอดเวลาทำงาน (TWA): สำหรับเสียงไม่คงที่ (เปลี่ยนแปลงเกิน 10 dB(A)) และเสียงดังเป็นช่วง ๆ
ปริมาณเสียงสะสมที่ตัวบุคคล (Noise Dose): ใช้เครื่อง Noise Dosimeter ตามมาตรฐาน IEC 61252 หรือ ANSI S1.25
เสียงกระทบ/กระแทก (Impulse Noise): ประเมินการสัมผัสเสียงช่วงสั้นๆ ด้วยเครื่องมือมาตรฐาน IEC 61672 หรือ ANSI S1.43
เสียงแบบแยกความถี่ (Octave Band Analyzer): ประเมินลักษณะความถี่ของเสียงเพื่อวางแผนการควบคุม
แผนผังแสดงระดับเสียง (Noise Contour Map): ใช้ Software แสดงการกระจายตัวของเสียงในพื้นที่ เพื่อทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน
งานบริการตรวจสอบด้านวิศวกรรมความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบ ตรวจวัด
และรับรองความปลอดภัยสภาพแวดล้อมในการทำงาน
งานบริการตรวจสอบด้านวิศวกรรมความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบ ตรวจวัด
และรับรองความปลอดภัยสภาพแวดล้อมในการทำงาน
• Hitachi Astemo Korat Brake System Ltd.
• OTEC (Thailand CO.,LTD)
• HEAT WELL ELECTRIC (Thailand) LTD.
• AKC ALL CO.,LTD.
• OKATSUYAMA FINNETECH (Thailand)
• บริษัท มโนรมย์ ฟุตแวร์ จำกัด
• THAI PARKERIZATION
• GOURMET PRIMO CO.,LTD.
• NITTO DENKO MATERIAL (Thailand)
• JMT LABAROTORES
• บริษัท สีมาคอนเทนเนอร์ แบ็ค จำกัด
• Canon (Thailand) CO.,LTD.
• บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด (น้ำมันพืชกิ่ง)
• บริษัท โฮลซัมทรี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
• บริษัท พี.เอม.ฟูดส์ จำกัด (ผลิตภัณฑ์ทาโร่)
• CHA CHA FOOD (Thailand) CO.,LTD.
• Abico Dairy Farm
• บริษัท ไทยร่วมใจ จำกัด
• บริษัท เตียหงี่เฮียง (เจ้าสัว) จำกัด
• บริษัท เมดิฟูดส์ จำกัด
• โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดโชคชัย AAF
• TPK ETHANOL CO.,LTD.
• บริษัท ยูโอพีซี เคมีคอล จำกัด (มหาชน)
• บริษัท เอี่ยมธงชัยอุตสาหกรรม จำกัด
• บริษัท โนเบล เอ็นซี จำกัด
• โรงไฟฟ้าชีวมวล UNI POWER TECH สีคิ้ว
• UPVENTURE CO.,LTD.
• บริษัท แป้งไทย จำกัด
• บริษัท ทีพีเค แอ็ดวาน สตาร์ช จำกัด
• บริษัท มั่นคง สตีล จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่ 691 หมู่ 4 ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 30000
ที่อยู่ 691 หมู่ 4 ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 30000